Posts by

admin

Home / Blog Archive
M INTELLIGENCE BLOG TH

MARKETING AUTOMATION สำหรับ B2B และ B2C ต่างกันหรือไม่?

ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจแบบ B2C, B2B หรือ B2B2C เรื่องของการตลาดนั้นเป็นที่สิ่งสำคัญ โดยหลักการ การตลาดก็คือการตลาด ไม่ได้มีความแตกต่างมากมายในหลักการไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นแบบไหน แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการเลือก Marketing Automation Platform ซึ่งเป็นเรื่องของ implementation ซึ่งต้องคำนึงถึงความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ยิ่งรูปแบบที่ใช้ตอบโจทย์ได้ตรงใจกลุ่มลูกค้าและธรรมชาติของลูกค้ามากเท่าไหร่ โอกาสที่ธุรกิจเราจะประสบความสำเร็จก็ยิ่งมีมากเท่านั้น

ดังนั้น ลูกค้าหลายๆ ท่านมักจะถามเราว่า Solution ไหนที่ใช่ Platform ไหนที่โดน Marketing Cloud ดีกว่าไหม หรือควรจะใช้ Pardot หรือว่าจะต้องทั้งสองอย่าง ซึ่งคำตอบของโจทย์เหล่านี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละองค์กรว่าต้องการพัฒนา หรือ Focus ในเรื่องใดบ้าง

เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพ และตัดสินใจง่ายขึ้น ลองมาดูตัวอย่างจากประสบการณ์การใช้งานจริงดีกว่าครับ

1. MARKETING NEED: DRIVE CUSTOMER CROSS-CHANNEL ENGAGEMENT AT SCALE

ถ้าความต้องการขององค์กรคุณคือการเพิ่ม engagement สื่อสารกับลูกค้าแต่ละราย ผ่านหลายช่องทาง ซึ่งความต้องการลักษณะนี้จะพบในธุรกิจ E-Commerce, ค้าปลีก, ร้านอาหาร, สื่อ หรือ การเงิน แล้วล่ะก็ มีโอกาสสูงที่ Marketing Cloud จะเป็นตัวเลือกที่ใช่เลย ซึ่งบริษัททั้งขนาดเล็ก ๆ หรือยักษ์ใหญ่แบบ GE หรือ SONY ต่างเลือกใช้ Marketing Cloud เพราะมันสามารถช่วยดูแลลูกค้าของคุณผ่านทุกๆ ช่องทางที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ กรุ๊ปแชท เวบไซต์ การโฆษณาออนไลน์ผ่านสื่อโซเชียล หรือ อีเมล์ สร้าง Customer journey สำหรับลูกค้าแต่ละคน ไม่ว่าขนาดของกลุ่มเป้าหมายจะใหญ่ขนาดไหน

ตัวอย่างเช่น Hautelook ซึ่งเป็นเวบไซต์ชอปปิ้งสำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกออกโปรโมชั่น ทั้งรูปแบบ flash-sale และ limited – time sale ของแบรนด์ดังๆ ที่มีความเฉพาะเจาะจงกับลูกค้าโดยใช้ Predictive Intelligence เพื่อเก็บข้อมูลทั้งจากการเข้าเวบ แล้วจับคู่กับกิจกรรม ความชอบ และประวัติการซื้อสินค้า แล้วปล่อย event โดนๆ ออกมามากกว่าเดือนละ 200 events โดยใช้ทีมงานเพียง 2 คนในการดูแลบริหารจัดการ

2. MARKETING NEED: DRIVE QUALIFIED LEADS AND PIPE TO A SALES TEAM

หากสิ่งที่คุณต้องการคือการพัฒนาเรื่องการสื่อสารกับผู้ซื้อผ่าน customer circle ทั้งวงจร รวมทั้งต้องการเพิ่ม Qualified lead เพื่อส่งต่อให้กับทีมเซล เทคโนโลยีที่คุณต้องการคือสิ่งที่ support กระบวนการขายที่มีความ personalize และประสบการณ์ในการซื้อแบบ 1 to 1 ซึ่งหลายพันแบรนด์เลือก Pardot เป็นคำตอบของความต้องการรูปแบบนี้

Pardot ช่วยให้ Sale team สามารถสร้างแคมเปญต่างๆ รวมทั้ง deploy และบริหารจัดการแคมเปญได้ออนไลน์ ผ่าน platform เดียว Pardot จึงเหมาะสำหรับธุรกิจแบบ B2B โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก หรือใหญ่ โดยสามารถเชื่อมต่อจาก Sale Cloud ได้ทันที ข้อเด่นของ Pardot คือ ระบบ email, การสร้าง lead ด้วย landing pages, smart forms, SEM and SEO analytics, การบริหารจัดการ และดูแล lead รวมไปถึงการติดตาม ROI

Kiwiboost ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับ station ชาร์ทแบตมือถือ ใช้ Pardot ในการเพิ่ม Productivity และประสิทธิภาพของทีมเซล ซึ่งปรากฏว่า Pardot ช่วยให้ lead เพิ่มถึง 230% และรายได้เพิ่ม 130%

3. MARKETING NEED: SUPPORT A SALES TEAM AND ENGAGE WITH CONSUMERS AT SCALE

หากบริษัทของคุณมีความต้องการที่จะ focus ทั้งเรื่อง Customer engagement และการทำงานทีมเซล เช่น บริษัทขายเสื้อผ้าที่ต้องดีลกับทั้งลูกค้าโดยตรง  และต้องดูแล suppliers จำนวนมาก หรือ ธุรกิจการเงินที่ให้ความสำคัญกับการดูแล Fund manager ในขณะที่ต้องดูแลนักลงทุน การเลือกทั้ง Marketing Cloud และ Pardot ก็จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

ตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ Apartment.com ที่มีความต้องการที่จะเข้าถึงผู้ต้องการเช่าอสังหาฯ และผู้ที่ต้องการให้เช่า Marketing Cloud ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าผู้เช่าผ่านทั้งข้อความมือถือ และอีเมล์ โดยหากกลุ่มลูกค้าต้องการทราบข้อมูลห้องเช่าว่างก็จะได้รับ instant alert ในขณะที่ Pardot จะช่วยให้ทีมเซลสามารถบริหารจัดการและดูแล lead ในฝั่งที่เป็น supplier

ดังนั้น การที่จะตอบว่า Solution ไหนที่ตอบโจทย์ของคุณ ก็ต้องกลับไปดูที่ว่า เราต้องการจะนำระบบมาใช้เพื่อบรรลุเป้าประสงค์ในเรื่องไหน ต้องการเข้าถึงใคร หรือต้องการ Support กลุ่มไหน ในบางครั้ง Marketing Cloud ตอบโจทย์มากกว่า หากเรา focus เรื่องปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า และในบางครั้ง Pardot ก็ตรงใจมากกว่าถ้าเจาะเรื่อง Sale และในหลายครั้ง การเลือกใช้ทั้ง Marketing Cloud และ Pardot พร้อมกันก็กลายเป็นคำตอบที่ถูกที่สุด

Get on the path to faster sales! 
Watch a guided tour or try free trial now!

มาร่วมทดลอง salesforce CRM #1 กันเถอะ

ทดลองฟรี
M INTELLIGENCE BLOG TH

สร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าของคุณด้วย SALESFORCE MARKETING CLOUD

The Salesforce Marketing Cloud เป็น Product ตัวหนึ่งใน Salesforce Customer Success Platform ซึ่งช่วยให้นักการตลาดสามารถบริหารจัดการการสื่อสารจากทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ โซเชียลมีเดีย เวบไซต์ หรือโมบาย ได้อย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ และ Journey Builder ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งใน Marketing Cloud จะเป็นผู้ช่วยทรงประสิทธิภาพในการนำข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดมาวิเคราะห์ เพื่อการบริหารจัดการ Customer Lifecycle ให้ดียิ่งขึ้น

จากการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้งาน Salesforce Marketing Cloud ทำให้สามารถจัด Campaign ส่งเสริมการขายที่เหมาะสมได้เร็วขึ้นมากกว่า 46% และ มี ROI(Return Of Investment) ทางด้านการตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่า 43% เนื่องจากประสิทธิภาพในการรับรู้ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างและหลากหลาย และสามารถให้คำแนะนำได้อย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้ ประโยชน์ของ Salesforce Marketing Cloud มีดังนี้

1. เพิ่มประสิทธิภาพในการรับรู้ความต้องการของลูกค้าที่มีแตกต่างและหลากหลาย

Salesforce Marketing Cloud ช่วยให้นักการตลาดสามารถรับฟังความต้องการของลูกค้าผ่านทุกช่องทางของการใช้อินเตอร์เนต ทำให้ได้เรียนรู้มากขึ้นว่าลูกค้าได้ทำอะไรไปแล้ว หรือมีแนวโน้มจะทำอะไรในอนาคต ซึ่งทีมการตลาดสามารถนำข้อมูลในส่วนนี้ไปใช้ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เฉพาะเจาะจงและตรงจุดมากขึ้น โดย Journey Builder จะเก็บข้อมูลทั้งเรื่องกิจกรรมและความต้องการของลูกค้า เพื่อที่จะประมวลและสร้างรูปแบบการตอบสนอง ไปจนถึงสร้างรูปข้อความที่ตรงกับความชอบของลูกค้า การตอบสนองลูกค้าทุกครั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ได้ผ่านการวิเคราะห์แล้ว ว่ามีความเหมาะสมกับความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้า ไม่ใช่เพียงการสุ่มส่งข้อมูลโปรโมชั่น หรือจดหมายข่าวที่เหมือนๆ กันให้กับลูกค้าทุกคน

Salesforce Marketing Cloud ช่วยให้การดูแล ใส่ใจความต้องการของลูกค้า ลงไปลึกในระดับบุคคล ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละรายทั้งในวันนี้ รวมไปถึงความต้องการของลูกค้าในอนาคต ไม่ใช่การทำการตลาดโดยโฟกัสเพียงแค่ระดับ Market Segment การรับรู้ และเรียนรู้จากความต้องการของลูกค้า จะทำให้นักการตลาดสามารถให้ข้อมูลที่ตรงกับความสนใจของลูกค้ามากขึ้น ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงใจขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างแน่นอน

2. เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าให้มากขึ้นและตอบสนองให้ดีขึ้น

Salesforce Marketing Cloud จะวิเคราะห์และคาดการณ์พฤติกรรมของลูกค้าในอนาคตโดยใช้ข้อมูลจากในอดีต เช่น การยกเลิกการสมัคร การแชร์ข้อมูลต่างๆ หรือการซื้อสินค้า เพื่อสร้างการตอบสนองที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละรายในแต่ละช่วงเวลา หากลูกค้าชอบที่จะซื้อสินค้าในช่วงลดราคา ลูกค้าก็จะได้รับข่าวเกี่ยวกับการลดราคาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแน่นอนว่าการตอบสนองที่ตรงกับความชอบของลูกค้าจะทำให้การตอบสนองของลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

3. การเลือกรูปแบบสื่อสารที่เหมาะกับสไตล์ เข้าถึงความรู้สึกของลูกค้า

ในบางครั้งอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ดังนั้น การวิเคราะห์ความรู้สึกของลูกค้าก่อนที่จะเลือกส่งเนื้อหาต่างๆ จึงสำคัญ Salesforce Marketing Cloud จะช่วยสร้างเนื้อหาตามระดับความพึงพอใจของลูกค้าในเวลานั้น ๆ เช่น หากลูกค้ากำลังมีปัญหาที่อยู่ระหว่างการแก้ไขกับฝ่ายการให้บริการลูกค้า เขาก็จะได้รับอีเมล์เกี่ยวกับโปรโมชั่นใหม่ๆ ในความถี่ที่ลดลง หรือหากปัญหามีความรุนแรง อาจจะหยุดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ไปเป็นการชั่วคราวก่อนจนกว่าปัญหาจะยุติ และหลังจากนั้น นักการตลาดก็จะสามารถ follow up เพื่อเช็คระดับความพึงพอใจ ตลอดจนเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาการตอบสนองลูกค้าให้ดีขึ้นในอนาคต

Marketing Cloud ช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับธุรกิจของคุณได้

Salesforce Marketing Cloud ช่วยวิเคราะห์ผลการทำ campaign ได้อย่างแม่นยำ โดยทุกๆ interaction ของลูกค้าจะถูกเก็บเป็นข้อมูล และนำมาประมวลผล เพื่อหาว่าจุดแข็ง และจุดอ่อนของกระบวนการการตลาดมีอะไรบ้าง ซึ่งถือเป็นการ Optimize กระบวนการที่มีอยู่ในปัจจุบันแบบ Realtime ควบคู่กับการพัฒนากลยุทธ์ที่จะใช้ในอนาคตด้วย

Get on the path to faster sales! 
Watch a guided tour or try free trial now!

มาร่วมทดลอง salesforce CRM #1 กันเถอะ

ทดลองฟรี
M INTELLIGENCE BLOG TH

ทำความรู้จักกับ EMAIL MARKETING สำหรับบริษัท B2B

According to a 2015 study conducted by Salesforce, 73% of marketers believe email marketing is core to their business.

ในยุคที่เริ่มมีสื่อต่าง ๆ หลากหลายมาเพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อีเมลก็ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นักการตลาดใช้เพื่อความสำเร็จในองค์อยู่ดี

แต่อยู่ที่ว่า นักการตลาดจะทำอย่างไรเพื่อให้อีเมลน่าสนใจ และมีคอนเทนต์ตรงตามที่กลุ่มเป้าหมายมองหา

B2B Email Marketing สามารถช่วยตั้งแต่การจับตามองพฤติกรรมของ visitors ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ ทำให้คุณสามารถรู้ได้ว่า visitor คนนั้นสนใจเรื่องอะไร คุณจะวางกลยุทธ์แบบไหน personalize อีเมลอย่างไรให้เหมาะสมเพื่อแปลง visitor คนนั้นเป็น potential lead นอกจากนี้ยังช่วยประสานงานระหว่างฝ่ายการตลาดกับฝ่ายขายเพื่อเปลี่ยน potential leads ให้เป็นยอดขายขององค์กร

และที่สำคัญ คุณสามารถวางระบบทั้งหมดให้เป็นอัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งเสียเวลากับการทำลิสต์ส่งอีเมล และกาปฏิทินนับวันส่งอีเมลอีกต่อไป!

หากคุณยังนึกภาพไม่ออกว่า B2B Automation ทำงานอย่างไร เราจะลองยกตัวอย่างเช่น

  1. บนหน้าเว็บไซต์ของคุณ มีปุ่ม call to action ที่ให้ visitors สามารถดาวน์โหลด demo มาลองใช้งานได้
  2. เมื่อมี visitor คนใดคนหนึ่งคลิกปุ่มดาวน์โหลด demo นั้นมา ระบบจะถูก trigger และส่งอีเมลไปหา visitor คนนั้นทันทีว่า ‘ขอบคุณที่สนใจ demo ของเรา’
  3. หลังจากนั้น 3 วันมีอีเมลส่งไปหา visitor คนเดิมเกี่ยวกับโปรโมชั่นของซอฟต์แวร์ตัวนั้น
  4. อีก 3 วันถัดมาหาก visitor คนเดิมได้มีการคลิกเข้าไปดูอีเมล ระบบจะแจ้งเตือนพนักงานฝ่ายขายเพื่อทำการ nurturing ต่อไป

ภาพตัวอย่าง Email Marketing อย่างง่าย

B2B Email Marketing สามารถช่วย

Streamlined Lead Management

แปลง visitors ให้กลายเป็น leads ตลอดจนถึงขั้นตอนการขาย

Lead Qualification

เข้าใจและสามารถเรียงลำดับ leads ตามความสนใจที่มีต่อองค์กร/ผลิตภัณฑ์ของเรา โดยใช้ lead scoring

Effortless Email Marketing

จัดการ email marketing campaign ภายในไม่กี่คลิก

Insightful ROI Reporting

ทำรีพอร์ต วัด ROI ของแต่ละ campaign และสรุปว่า lead แต่ละคนมาจากแหล่งใด

Get on the path to faster sales! 
Watch a guided tour or try free trial now!

มาร่วมทดลอง salesforce CRM #1 กันเถอะ

ทดลองฟรี
HIGHLIGHT CONTENT TH

CRM ใครบอกว่าไม่จำเป็น

ในฐานะที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดกลาง SME คงจะเคยได้ยินคำว่า CRM มาอยู่บ้าง แต่หลายคนอาจจะมองว่า CRM นี่คงไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจของเราหรอก มีแต่องค์กรใหญ่ๆเท่านั้นแหละที่มอง CRM เป็นเรื่องใหญ่ ขอบอกเลยว่า คุณคิดผิดแล้ว!

CRM จะช่วยให้คุณเป็นต่อในธุรกิจ ก้าวนำคู่แข่ง ช่วยเพิ่มรายได้ และลดต้นทุนมากกว่าที่คุณคิด

CRM คืออะไร? CRM ย่อมาจาก Customer Relationship Management ว่าง่ายๆคือการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าของเรา ไม่ว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีหรือกลยุทธ์ต่างๆเข้าช่วย เพื่อให้ลูกค้าของเราไม่เปลี่ยนใจไปไหน สำหรับเจ้าของกิจการที่มองอนาคตของบริษัทในระยะยาว CRM เป็นการวางรากฐานความสำเร็จให้แก่บริษัท

แล้วจะเริ่มทำ CRM ได้อย่างไร?

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงมองเรื่องนี้เป็นงานง่ายอย่างการส่งกระเช้าไปขอบคุณวันปีใหม่หรือโทรไปถามว่าตอนนี้ลูกค้าพอใจกับสินค้า/บริการของเราอยู่หรือไม่ เพียงเท่านี้ก็เป็นการทำ CRM แล้ว

แต่จะทำอย่างไรหากฐานลูกค้าของคุณมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จาก 10 เป็น 100 จาก 100 เป็น 1,000 ข้อมูลการติดต่อและข้อมูลอื่นๆก็อาจมีตกหล่น กระดาษปลิวหายทับกันจนหาไม่เจอ ทำให้เซลส์ไม่สามารถติดต่อลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ CRM ยังรวมไปถึงการเข้าถึงและรู้ลึกถึงความต้องการของลูกค้า เพื่อให้บริษัทของเราสามารถตอบโจทย์และตรงใจลูกค้ามากที่สุด

ในยุค 4.0 Digital Transformation งานกระดาษต่างๆเริ่มลดลง ทุกอย่างเริ่ม automate มากขึ้น ตัวช่วยในการทำ CRM ได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุดคือ ระบบ CRM (CRM System)

ระบบ CRM ช่วยให้บริษัทของคุณจัดการ Lead ได้ดีขึ้น ปิดดีลได้เร็วและมีประสิทธิภาพ รวบรวมข้อมูลลูกค้าทุกมุมมองได้ 360 องศา ด้วยปลายนิ้ว เซลส์ทุกคนก็สามารถโฟกัสกับงานขายได้มากขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลถึงยอดขายของคุณ!

ระบบ CRM ไหนดี?

ปัจจุบัน CRM ส่วนใหญ่ให้บริการรูปแบบคลาวด์ (Cloud) เพราะไม่ต้องติดตั้งให้ยุ่งยาก และหากคุณคำนึงถึงความปลอดภัยล่ะก็ ผู้นำด้านความปลอดภัยของ CRM รูปแบบคลาวด์คือ Salesforce

Salesforce เป็น CRM on cloud เบอร์ 1 ของโลก มีฟีเจอร์ต่างๆที่ครอบคลุมที่ช่วยทะยานธุรกิจของคุณให้ล้ำและเหนือกว่าคู่แข่งได้ไม่ยาก เช่น
Close more deals ปิดดีลได้มากกว่าเดิม

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เซลส์ทุกคนต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือ การทำยอดขายให้ได้มากที่สุด Salesforce สามารถเข้ามาช่วยในการจัดการและเก็บข้อมูลทุกอย่าง รวมถึงเอกสารต่างๆ เช่น ใบเสนอราคา, สัญญาซื้อขายต่างๆ, ราคาขาย (Pricebook) เป็นต้น สามารถทำให้คุณเก็บรายละเอียดคู่ค้าและโอกาสทางการค้าตลอดจนถึงการปิดดีล

Get more leads หา Leads ได้จำนวนมากขึ้น

Salesforce ช่วยเป็น Lead Machine ให้คุณสามารถเก็บ Lead ตั้งแต่ต้น, ช่วยให้คุณติดตามสถานะของ lead จนถึงปิดการขาย, และสามารถนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการขายต่อๆไป

Get more leads หา Leads ได้จำนวนมากขึ้น

ด้วยฟรี Mobile Application เซลส์สามารถใช้ log กิจกรรมต่างๆ เช่นไปเจอลูกค้า และเปิดดูข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาจาก mobile application รวมถึงการตั้ง automation ต่างๆ ที่ช่วยให้คุณประหยัดเวลาการทำงาน เช่น การอัพเดทข้อมูล account อัตโนมัติหลังจากเซลส์กรอกข้อมูลใน contact จะได้ไม่ต้องกรอกสองรอบ  และทุกคนในองค์กรยังสามารถสื่อสารกันผ่าน Salesforce เพื่ออัพเดทข้อมูลของลูกค้ากันได้แบบ 24/7

Make Insightful decisions ตัดสินใจได้ดีขึ้น

หลังจากเก็บข้อมูลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย Salesforce ยังสามารถช่วยสร้าง report & dashboard เพื่อการตัดสินใจแนวทางธุรกิจได้ดีมากขึ้น ผู้บริหารสามารถเห็น performance ของทีมขายทั้งหมด รวมถึงการ Forecast ต่างๆ สามารถแก้ปัญหามืดแปดด้านของผู้บริหารไปโดยปริยาย

CRM ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับธุรกิจคุณอีกต่อไป หากคุณต้องการก้าวตามเทคโนโลยีและมีเครื่องมือการบริหารลุกค้าอยู่ในกำมือแล้วล่ะก็ Salesforce ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

Get on the path to faster sales! 
Watch a guided tour or try free trial now!

มาร่วมทดลอง salesforce CRM #1 กันเถอะ

ทดลองฟรี
HIGHLIGHT CONTENT TH

3 ปัญหาใหญ่ที่ทำให้บริษัทในธุรกิจอุตสาหกรรมไม่เติบโตอย่างที่หวัง

เจ้าของธุรกิจ B2B ด้านอุตสาหกรรมคงเคยตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมธุรกิจของเราถึงเติบโตไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง? แล้วปัญหาเหล่านั้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง? บางทีสาเหตุของปัญหาต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นจากสิ่งใกล้ตัวที่สุด นั่นก็คือปัญหาระบบการทำงานของทีมขายภายในตัวบริษัทเองที่ทำให้ดีลมูลค่าสูงหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย

ปัญหาที่มักพบในธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต :

  1. Lead ไม่ได้คุณภาพตามต้องการ
    Lead ที่เซลส์ของบริษัทคุณได้หามาอาจไม่พร้อมสำหรับการซื้อขาย หรือไม่ได้สนใจสินค้าของคุณมากเท่าที่ควร ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยน Lead เป็นโอกาสทางการขายได้
  2. ไม่สามารถติดตามงานของเซลส์แต่ละคน
    ไม่รู้ว่าเซลส์กำลังทำอะไรอยู่ จัดการดีลไหนอยู่บ้าง จึงเกิดการทำงานทับกัน รวมถึงดีลที่เปิดไว้แล้วเงียบหายไปเฉยๆ ตามหาเจ้าของดีลไม่เจอจนมันจบไป ไม่สามารถปิดดีลได้ตามต้องการ
  3. ขาด customer insights และข้อมูลกระจัดกระจายไปหมด
    ข้อมูลของลูกค้าแต่ละเจ้าไม่เพียงพอ ทำให้เซลส์ไม่สามารถสื่อสารกับแผนกการผลิตได้รวดเร็ว และไม่สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างตรงจุด เช่น ไม่ทราบว่าบริษัทของลูกค้าใช้เครื่องจักรประเภทใดอยู่ เหมาะกับเครื่องจักรรุ่นอะไร ทำให้เกิดความล่าช้าในการผลิตไปอีก รวมถึงปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายไม่ปะติดปะต่อ ซึ่งยากต่อการวิเคราะห์ลูกค้าเพื่อหาโอกาสในการขายสินค้าและบริการอื่นๆ  และยากต่อการ forecast รายรับของบริษัทในช่วงเวลาต่อไป

จะลองยกตัวอย่างบริษัทที่เคยประสบปัญหาข้างต้นอย่าง Fireclay Tile บริษัทกระเบื้อง B2B ชื่อดังของอเมริกา

จะลองยกตัวอย่างบริษัท B2B ที่เคยประสบปัญหาข้างต้นอย่าง Fireclay Tile บริษัทกระเบื้องชื่อดังของอเมริกา

เซลส์ของ Fireclay Tile ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ครบถ้วน ซ้ำข้อมูลยังกระจัดกระจายไม่ต่อเนื่องกันอีก ไม่สามารถประสานงานกันภายในทีมเซลส์รวมถึงแผนกการผลิตด้วย ในขณะเดียวกันผู้บริหารเองก็มองหาลูกค้าใหม่ๆและต้องการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่าเอาไว้ แล้วคำถามคือ Fireclay Tile ใช้อะไรเป็นโซลูชั่นในการแก้ปัญหาเหล่านี้?

คำตอบก็คือ ระบบ CRM ที่สามารถตอบโจทย์ครอบจักรวาลอย่าง Salesforce

Salesforce คือผู้ให้บริการโปรแกรมสำหรับบริหารจัดการลูกค้าอันดับ 1 ของโลก มีผู้ใช้บริการมากกว่า 150,000 ราย ทุกอย่างทำงานบน Cloud ไม่ต้องเสียเวลาติดตั้ง พร้อมช่วยคุณในด้านการขาย, การบริการ, การตลาด เปิดช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้าคุณในแบบใหม่

Fireclay Tile ใช้ Salesforce ในการ :

  • อัพเดตข้อมูลกระเบื้องทุกวันจากฝ่ายผลิตกระเบื้องเพื่อให้ทีมเซลส์ทราบข้อมูลแบบ real-time ทำให้สามารถตอบคำถามลูกค้าได้ถูกต้อง สามารถติดตามสถานะข้อมูลรายการสั่งซื้อได้ทันที
  • แชร์และติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ Lead, โอกาสทางการขาย และลูกค้าทั้งหมดของเซลส์ ทำให้ทุกคนในทีมเข้าใจและทราบข้อมูลของลูกค้าได้ตรงกัน
  • เก็บข้อมูลต่างๆของ Lead และลูกค้าต่างๆแบบ 360 องศา เพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียด

หลังจาก Fireclay Tile ใช้ Salesforce ปัจจุบันเป็นบริษัทกระเบื้องที่มีการเติบโตสูง มีจำนวน lead เพิ่มมากกว่า 400%, รายได้เพิ่มขึ้น 15%, ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น 85% และขยับขยายทีมเซลส์ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัท

หากคุณใช้ Salesforce เป็นอาวุธ ธุรกิจของคุณก็สามารถเติบโตได้อย่าง Fireclay Tile เช่นกัน สามารถช่วยสรุปข้อมูลเป็น reports & dashboard เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลได้มีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนการผลิตด้วยการ forecast อย่างแม่นยำ

Salesforce สามารถช่วยระบบการขายของคุณให้คุณปิดดีลได้เร็วขึ้นอย่างไม่มีตกหล่น! เพิ่มรายได้และลดต้นทุนกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

สรุปประโยชน์ที่ผู้ผลิตจะได้รับจากการใช้ SALESFORCE
Close more deals ปิดดีลได้มากกว่าเดิม

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เซลส์ทุกคนต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือ การทำยอดขายให้ได้มากที่สุด Salesforce สามารถเข้ามาช่วยในการจัดการและเก็บข้อมูลทุกอย่าง รวมถึงเอกสารต่างๆ เช่น ใบเสนอราคา, สัญญาซื้อขายต่างๆ, ราคาขาย (Pricebook) เป็นต้น สามารถทำให้คุณเก็บรายละเอียดคู่ค้าและโอกาสทางการค้าตลอดจนถึงการปิดดีล

Get more leads หา Leads ได้จำนวนมากขึ้น

Salesforce ช่วยเป็น Lead Machine ให้คุณสามารถเก็บ Lead ตั้งแต่ต้น, ช่วยให้คุณติดตามสถานะของ lead จนถึงปิดการขาย, และสามารถนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการขายต่อๆไป

Get more leads หา Leads ได้จำนวนมากขึ้น

ด้วยฟรี Mobile Application เซลส์สามารถใช้ log กิจกรรมต่างๆ เช่นไปเจอลูกค้า และเปิดดูข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาจาก mobile application รวมถึงการตั้ง automation ต่างๆ ที่ช่วยให้คุณประหยัดเวลาการทำงาน เช่น การอัพเดทข้อมูล account อัตโนมัติหลังจากเซลส์กรอกข้อมูลใน contact จะได้ไม่ต้องกรอกสองรอบ  และทุกคนในองค์กรยังสามารถสื่อสารกันผ่าน Salesforce เพื่ออัพเดทข้อมูลของลูกค้ากันได้แบบ 24/7

Make Insightful decisions ตัดสินใจได้ดีขึ้น

หลังจากเก็บข้อมูลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย Salesforce ยังสามารถช่วยสร้าง report & dashboard เพื่อการตัดสินใจแนวทางธุรกิจได้ดีมากขึ้น ผู้บริหารสามารถเห็น performance ของทีมขายทั้งหมด รวมถึงการ Forecast ต่างๆ สามารถแก้ปัญหามืดแปดด้านของผู้บริหารไปโดยปริยาย

Get on the path to faster sales! 
Watch a guided tour or try free trial now!

มาร่วมทดลอง salesforce CRM #1 กันเถอะ

ทดลองฟรี

ร่วมทดลอง CRM #1 ของโลกฟรี 30 วัน

Privacy Settings
We use cookies to enhance your experience while using our website. If you are using our Services via a browser you can restrict, block or remove cookies through your web browser settings. We also use content and scripts from third parties that may use tracking technologies. You can selectively provide your consent below to allow such third party embeds. For complete information about the cookies we use, data we collect and how we process them, please check our Privacy Policy
Youtube
Consent to display content from Youtube
Vimeo
Consent to display content from Vimeo
Google Maps
Consent to display content from Google
Spotify
Consent to display content from Spotify
Sound Cloud
Consent to display content from Sound
Get a Quote