Category

บทความ

What is salesforce genie
บทความ

Salesforce genie คืออะไร ?

Salesforce Genie CDP (Customer data Platform) คือแพลตฟอร์ม CDP เป็นหนึ่งในโซลูชั่นของทาง Salesforce เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างมากสามารถทำให้ธุรกิจได้รับมุมมองที่ครอบคลุมจากลูกค้า โดยการรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกันให้มาอยู่ในที่ที่เดียวโดยเราเรียกว่า Centralization ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะเข้ามาจากช่องทางไหนก็จะถูกเก็บมารวบรวมไว้ในที่ที่เดียวทำให้ข้อมูลไม่กระจัดกระจายเวลาที่จะนำมาใช้งานวิเคราะห์ก็สามารถทำได้โดยง่าย มากไปกว่านั้นสามารถจัดการข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้เข้าใจความต้องการและความชอบของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และข้อมูลที่รวบรวมสามารถใช้เพื่อสร้างมุมมองลูกค้าเดียวได้อีกด้วย(Personalization) ซึ่งสามารถใช้เพื่อปรับแต่งการสื่อสารกับลูกค้าและปรับปรุง customer engangement

Salesforce Genie ที่เป็นมากกว่า CDP

Customer data platform (CDP) ช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถเข้าใจผู้บริโภคได้ดีขึ้นโดยการเก็บรวบรวมบันทึก First party data ที่เชื่อถือได้ของผู้ที่ติดต่อเข้ามาทุกคนและการใช้ Genie จะทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ไม่สำคัญว่าลูกค้าจะอยู่ในขั้นตอนการซื้อผลิตภัณฑ์หรือขั้นตอนการรับความช่วยเหลือหลังการขาย (Customer journey)

ด้วยความสามารถในการรวบรวมและจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์ทำให้เราสามารถเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าปรับปรุงคุณภาพและความถูกต้องของข้อมูล เพื่อนำไปทำ Personalized Marketing ให้กับลูกค้าได้เพื่อให้เกิดความพึงพอใจตั้งแต่ตอนที่ลูกค้าเข้ามาติดต่อสอบถาม หรืออยู่ในระหว่างขั้นตอนที่กำลังซื้อ จวบจนกระทั่งถึงการปิดการขาย นำไปสู่การมี Customer journey ที่ดีเมื่อมี Customer journey ที่ดีแล้วก็จะนำไปสู่ความภักดีต่อแบรนด์หรือสินค้านั้นๆ (Customer Loyalty)

5 ข้อดีและประโยชน์จากการใช้งาน Salesforce Genie CDP

1. Salesforce Genie ช่วยให้ธุรกิจสามารถพัฒนาและเพิ่ม Customer Engangement

ด้วยการรวบรวมและจัดการข้อมูลจากหลากหลายช่องทางให้มาอยู่ในที่ที่เดียวเพื่อให้ข้อมูลไม่กระจัดกระจายเพื่อให้เวลาที่จะนำมาใช้งานสามารถหาได้โดยง่ายไม่เสียเวลา และเมื่อมีข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาแล้วเราก็สามารถเข้าใจลูกค้าได้อย่างมากขึ้น ซึ่งสามารถช่วยปรับเปลี่ยนการสื่อสารหรือการยิงแคมเปญด้านการตลาดให้เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น(Personailzation) สิ่งนี้สามารถนำไปสู่ยอดขายและรายได้ที่เพิ่มขึ้นในที่สุด

2.คุณภาพของ Data ที่เพิ่มขึ้น

Salesforce Genie ช่วยทำให้ข้อมูลลูกค้าเป็นมาตรฐานเดียวกันจาการเก็บข้อมูลของลูกค้าที่มาอยู่ในที่ที่เดียว ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพและความแม่นยำของข้อมูล สิ่งนี้จะช่วยให้ธุรกิจเข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของการตลาดและการขาย

3. ช่วยให้การทำ Personailzed marketing ดียิ่งขึ้น

ด้วยคุณภาพข้อมูลที่ดีขึ้น ธุรกิจสามารถใช้ Salesforce Genie เพื่อสร้างประสบการณ์ของลูกค้าที่เป็นแบบ Personalization มากขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงคำแนะนำส่วนบุคคล แคมเปญการตลาดที่ตรงเป้าหมาย และการสื่อสารที่ปรับให้เหมาะกับลูกค้าคนนั้นๆ ยกตัวอย่างเวลาที่เราดู Youtube หรือ Netflix จะมีการอัลกอริทึมแนะนำวีดีโอหรือหนังแนวที่เราชอบดูเป็นประจำ

4. จัดกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

Salesforce Genie ช่วยให้สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้า(Segmentation) ได้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น การเก็บข้อมูลของลูกค้าไม่ว่าลูกค้าจะเข้ามาจากช่องทางไหนเราก็จะสามารถทราบได้ว่าลูกค้าคือคนคนเดียวกันเพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า(customer satisfaction) และ สร้าง Customer journey ที่ดี มากไปกว่านั้นสามารถช่วยให้ธุรกิจยิงแคมเปญด้านการตลาดได้แม่นยำและถูกต้องมากยิ่งขึ้นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาช่วยอีกทั้งยังช่วยปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้เหมาะสมและเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า

5.ทำให้ภายในองค์กรทำงานได้ง่ายขึ้น

เนื่องจาก Salesforce Genie นั้นมีเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ในที่ที่เดียว ดังนั้นคนในองค์กรไม่ว่าจะอยู่แผนกไหนก็ตามถ้าเกิดต้องการทราบข้อมูลของลูกค้าคนนั้นๆก็จะสามารถเข้าไปดูได้ที่ระบบเลย โดยไม่ต้องไปเสียเวลานั่งหาหรือนั่งถามว่าใครไปคนเก็บข้อมูลลูกค้าและสามารถเห็นได้ด้วยว่าใครเป็นคนอัพเดทหรือเก็บข้อมูลของลูกค้าคนนั้นๆเผื่อมีคำถามเพิ่มเติมที่ต้องการจะพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับลูกค้า

สำหรับท่านที่ต้องการอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวแพลตฟอร์ม Salesforce สามารถอ่านได้ลิงค์ Salesforce คืออะไร ?

สรุป

Salesforce Genie นั้นเป็นเครื่องมือที่มีสิทธิภาพอย่างมากสามารถช่วยให้ธุรกิจได้รับมุมมองที่ครอบคลุมแบบ 360 โดยการรวมข้อมูลจากหลายแหล่งหลายช่องทางเข้าด้วยกันและให้มาเก็บไว้ในที่ที่เดียว ด้วยการรวบรวมและจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์ ธุรกิจสามารถปรับปรุงการมีส่วนร่วมของลูกค้า(Customer engangement) เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า ปรับปรุงคุณภาพและความถูกต้องของข้อมูล มากไปกว่านั้นสามารถใช้ข้อมูลเพื่อปรับเปลี่ยนการสื่อสารให้เป็นแบบส่วนตัว (Personalization) เพื่อทำให้เกิดความพึงพอใจของลูกค้าให้ได้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้นและขับเคลื่อนการเติบโตให้กับบริษัทต่อไป

Get on the path to faster sales! 
Watch a guided tour or try free trial now!

มาร่วมทดลอง salesforce CRM #1 กันเถอะ

ทดลองฟรี

5 Benefits of Salesforce
บทความ

5 ข้อดีของ Salesforce

Salesforce คือหนึ่งในแพลตฟอร์ม CRM ระดับโลกที่บริษัทชั้นนำระดับโลกส่วนใหญ่เลือกใช้เนื่องจากมีเครื่องมือที่ครอบคลุมสำหรับธุรกิจและยังเป็นระบบ CRM ที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยในการจัดการธุรกิจและการขาย แพลตฟอร์ม Salesforce จะช่วยให้สามารถสร้างเวิร์กโฟลว์แบบกำหนดเอง จัดระเบียบข้อมูล สร้างรายงาน และอื่นๆอีกมากมาย วันนี้ทางทีมงาน M Intelligence จะพาทุกคนไปดู 5 ข้อดีของ Salesforce ว่ามีข้อดีอย่างไรและจะช่วยให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร

5 ข้อดีของ Salesforce ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

1.สามารถปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจได้โดยง่าย (Customization)

ข้อดีข้อแรกเลยที่จะข้อพูดถึงจากตัว Salesforce นั่นก็คือการ Customize ได้ซึ่งหมายความว่าตัว Salesforce สามารถปรับแต่งตัวเองให้เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจของเราได้ ตัวอย่างเช่น หากบริษัทต้องการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆหรือแก้ไขฟีเจอร์เดิมที่มีอยู่ตัว Salesforce สามารถทำได้โดยง่ายไม่ว่าบริษัทของคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม เช่น ยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ หรือ อาหาร ด้วยความสามารถในการปรับแต่งเหล่านี้จึงทำให้ Salesforce เป็นตัวเลือกที่ยอดนิยมสำหรับบริษัทที่ต้องการใช้ระบบซอฟต์แวร์ CRM พัฒนาไปพร้อมๆกับการเติบโตของบริษัท

2.ความสามารถในการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆได้เอง

Salesforce สามารถให้ผู้ใช้งานสร้างฟีเจอร์ใหม่ๆได้ด้วยตนเองโดยใช้เครื่องมือต่างๆเช่น หน้า Visualforce หรือคอมโพเนนต์ Lightning (ซึ่งช่วยให้นักพัฒนา(developers) ที่รู้ภาษา HTML/CSS/JavaScript) ซึ่งหมายความว่าหากมีบางอย่างขาดหายไปหรือฟีเจอร์ไม่ครบจากแพลตฟอร์ม Salesforce นี้หรือแม้แต่ระบบ CRM อื่นๆในตลาดปัจจุบันยังไม่มี เราสามารถให้ Developer ในบริษัทสร้างมันคือขึ้นมาได้อย่างง่ายดายโดยทาง Salesforce ให้นิยามไว้ว่า “someone could build it themselves with minimal effort”

3.การวิเคราะห์ที่ง่ายขึ้น

Salesforce Analytics เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างมากสามารถที่จะใช้เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพการขายรวมถึงทีม,พฤติกรรมของลูกค้า และประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กร นอกจากนี้ยังสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจและการขายโดยรวมของบริษัทได้อีกด้วย มากไปกว่านั้น Salesforce Analytics เราสามารถสร้างรายงานแบบกำหนดเองที่ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับองค์กรในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าเราสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นในแต่ละวันโดยรู้ว่าแต่ละเดือนหรือสัปดาห์จะมีเงินเข้ามาเท่าไหร่ ลูกค้าซื้ออะไรจากช่องทางใด ทำไมช่วงนี้มีกำลังซื้อมากกว่าปกติ ทำไมไม่ได้ทำยอดขายเลยในช่วงนี้

4.ช่วยประหยัดเวลา

เราสามารถที่จะจัดการเวลาและวางแผนสำหรับวันได้ดีขึ้นจากการมี Salesforce เข้ามาช่วย Salesforce สามารถให้เราสร้าง Task ของงานนั้นๆได้ติดตามชั่วโมงที่ใช้ไปกับงานเหล่านั้น และจัดลำดับความสำคัญตามลำดับความสำคัญอันไหนก่อนอันไหนหลัง มากไปกว่านั้นเรายังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนแบบอัตโนมัติเพื่อที่ว่าเมื่องานเสร็จจะมีการแจ้งโดยอัตโนมัติ (Automation) สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยให้จัดการปริมาณงานได้ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยให้ผู้อื่นที่เกี่ยวข้องกับงานของเราในองค์กรรู้ว่าพวกเขาต้องอยู่ที่ไหนในช่วงเวลาใดในการทำงาน

5.กระชับความสัมพันธ์กับลูกค้า

Salesforce CRM ช่วยกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยการเป็น Single platform ที่สามารถจัดการข้อมูลลูกค้าทั้งหมดภายในแพลตฟอร์มเดียว ข้อมูลใน Salesforce สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น สามารถระบุโอกาสการขายใหม่ๆที่อาจจะเกิดได้ในอนาคต การปรับปรุงประสิทธิภาพหลังการขาย เช่น เรามีข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือแล้วเราจะสามารถทำการ Upsell ต่อลูกค้าคนนี้ได้อย่างไร ต้องทำ Personailzed marketing กับกลุ่มลูกค้าอย่างไรดีจึงจะเกิดการซื้อซ้ำและการบอกต่อของลูกค้าให้ไปในแง่บวก

สำหรับท่านที่ต้องการอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Salesforce สามารถอ่านได้ลิงค์ Salesforce คืออะไร ?

สรุป

Salesforce CRM เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการช่วยคุณจัดการธุรกิจ สามารถใช้สำหรับการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าและการขาย ดังนั้นจึงเป็นโซลูชันครบวงจรที่จะช่วยคุณประหยัดเวลาและเงิน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาข้อมูลของคุณให้ปลอดภัย ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าไฟล์หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทของคุณจะสูญหาย

 

Get on the path to faster sales! 
Watch a guided tour or try free trial now!

มาร่วมทดลอง salesforce CRM #1 กันเถอะ

ทดลองฟรี

 

5 ข้อดีของระบบ CRM
บทความ

5 ข้อดีของระบบ CRM

การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ หรือที่เราเรียกกันว่า CRM เป็นส่วนสำคัญของธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ CRM เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถจัดการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น สามารถติดตามการขายและทำแคมเปญด้านการตลาดไปในตัว และสามารถรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการช่วยตัดสินใจ 

มากไปกว่านั้น CRM ยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและมีประโยชน์อย่างมากต่อธุรกิจและบริษัท ช่วยให้การจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าดีขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุง การทำงานร่วมกันที่ดีขึ้น และการประหยัดต้นทุน โดยในบทความนี้ เราจะพาไปดูข้อดีของ CRM และเหตุผลที่ทุกธุรกิจควรมี

 

5 ข้อดีของระบบ CRM

 

  1. ระบบ CRM ช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรเพิ่มขึ้น เช่น สามารถช่วยบริษัทเพิ่มความคล่องตัวในการขาย,ด้านการตลาด และการบริการลูกค้า ส่งผลให้ประสิทธิภาพและเกิดความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าทั้งหมดถูกจัดเก็บไว้ที่ตำแหน่งศูนย์กลางแห่งเดียว(Center) ทำให้เข้าถึงและจัดการได้ง่ายทุกคนในบริษัทจะเห็นข้อมูลเดียวกันทั้งหมด

 

  1. ช่วยพัฒนาและปรับปรุงความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ระบบ CRM ช่วยให้บริษัทต่างๆมีมุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับลูกค้าหรือที่เราเรียกกันว่าแบบ360 และ CRM ยังสามารถปรับแต่งการสื่อสารแคมเปญด้านการตลาดและข้อเสนอเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้า(Personalization) เพราะเหตุนี้ CRM จึงสามารถช่วยเพิ่มความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าได้ ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มรายได้และการเติบโตของธุรกิจต่อไป

 

  1. การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากระบบ CRM สามารถเก็บรวบรวมและให้ข้อมูลเชิงลึกพร้อมกับการวิเคราะห์แบบ Insight ของลูกค้าแต่ละราย เช่นเกี่ยวกับพฤติกรรม ความชอบ และรูปแบบการซื้อของลูกค้ารวมไปถึง Customer Journey ข้อมูลพวกนี้สามารถใช้เพื่อช่วยในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์หรือแคมเปญด้านการตลาดและโอกาสใหม่ช่องทางใหม่ๆในอนาคต

 

  1. การทำงานร่วมกันที่ดีขึ้น: ระบบ CRM ช่วยให้ทีมทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้คนในบริษัทนั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าและประวัติการสื่อสารแบบเรียลไทม์โดยจะเห็นข้อมูลแบบเดียวกันทั้งหมดในทุกๆแผนก สิ่งนี้ช่วยปรับปรุงการสื่อสารและการประสานงาน ซึ่งจะนำไปสู่การขายที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นและความพึงพอใจในการบริการลูกค้า

 

  1. ช่วยให้ประหยัดต้นทุนทั้งเงินและเวลา จากการทำงานแบบเดิมๆที่น่าเบื่อและใช้เวลานาน ระบบ CRM สามารถช่วยให้ธุรกิจประหยัดเวลาและเงินได้มากยิ่งขึ้น ตัวอย่าง CRM สามารถทำงานอัตโนมัติ(Automation) เช่น การป้อนข้อมูล การติดตามลูกค้าเป้าหมาย และการจัดกำหนดการนัดหมาย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ธุรกิจสามารถมุ่งเน้นไปที่งานเชิงกลกยุทธ์ที่สำคัญมากขึ้นดีกว่าต้องมานั่งเสียเวลากับงานเล็กๆน้อยๆ นอกจากนี้ CRM ยังสามารถช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายของธุรกิจได้โดยการระบุโอกาสในการขายและปรับปรุงการรักษาลูกค้า (Loyalty) ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มรายได้และความสามารถในการทำกำไร

 

สรุป

CRM เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับธุรกิจที่ต้องการที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพของบริษัทและต้องการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล ทำงานร่วมกันกับคนในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่าย ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ติดตามการขายและแคมเปญการตลาด และรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจ

และหากท่านใดต้องการอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CRM สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

Get on the path to faster sales! 
Watch a guided tour or try free trial now!

มาร่วมทดลอง salesforce CRM #1 กันเถอะ

ทดลองฟรี

Salesforce คืออะไร
บทความ

Salesforce คืออะไร ?

Salesforce คืออะไร?

Salesforce คือแพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ที่มีฟีเจอร์เครื่องมือและความสามารถที่หลากหลายสำหรับธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ในการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้า Salesforce CRM ช่วยให้บริษัท มีจุดศูนย์รวมข้อมูลของลูกค้าซึ่งนำมาเก็บไว้ในที่ที่เดียวโดยที่ข้อมูลของลูกค้าจะไม่กระจัดกระจาย รวมถึงข้อมูลติดต่อ ข้อมูลการขาย และการพูดคุยกับลูกค้าที่ผ่านๆมา

นอกจากนี้ Salesforce ยังเป็นที่รู้จักในด้านความสามารถที่เรียกว่า integration ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถรวมระบบและแอปพลิเคชันที่มีอยู่เข้ากับแพลตฟอร์ม Salesforce ได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย ซึ่งหมายความว่าธุรกิจต่างๆจะสามารถใช้เครื่องมือและระบบที่คุ้นเคยอยู่แล้วได้ต่อไป ในขณะเดียวกันก็ใช้ประโยชน์จากความสามารถของ Salesforce ควบคู่กันไปได้อีกด้วย ตัวอย่างรายชื่อที่ Salesforce สามารถทำการ integration กับเครื่องมือทางธุรกิจที่เป็นที่นิยมได้ เช่น Google Analytics, LinkedIn และ Mailchimp สิ่งนี้ทำให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อข้อมูล Salesforce กับระบบอื่นๆ ที่ใช้อยู่แล้วได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะช่วยให้ใช้ข้อมูลได้ดีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ

ประโยชน์ของ Salesforce และเหตุผลว่าทำไมบริษัทชั้นนำระดับโลกจึงเลือกใช้ Salesforce ?

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Salesforce ได้รับความนิยมในหมู่บริษัทชั้นนำคือมีเครื่องมือและคุณสมบัติที่ปรับแต่งได้หลากหลาย ซึ่งสามารถปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของธุรกิจต่างๆ ได้ สามารถใช้ Salesforce CRM เพื่อจัดการทุกอย่างตั้งแต่การขายและการตลาด การบริการลูกค้าและการสนับสนุน ไปจนถึงอีคอมเมิร์ซและอีกมากมาย ซึ่งหมายความว่าธุรกิจต่างๆ สามารถเลือกฟังก์ชันการทำงานที่เหมาะกับความต้องการเฉพาะของตนและปรับแต่งให้เหมาะกับการดำเนินงานได้

ในอีกแง่มุมหนึ่งที่ทำให้ Salesforce เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของบริษัทชั้นนำระดับโลก ก็คือความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆอยู่เสมอ Salesforce จะมีการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆเป็นประจำบนแพลตฟอร์มอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าสามารถเข้าถึงเครื่องมือต่างๆและฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกอัพเดทล่าสุดได้เสมอ

มากไปกว่านั้นที่ทำให้ Salesforce เป็นที่นิยมในหมู่บริษัทชั้นนำระดับโลกก็คือความสามารถในการทำให้กระบวนการทางธุรกิจต่างๆ เป็นไปโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น Salesforce สามารถกำหนดลีดให้กับตัวแทนฝ่ายขายโดยอัตโนมัติตามเกณฑ์ที่เราสามารถตั้งค่าจาก Salesforce ไว้ล่วงหน้า ส่งอีเมลติดตามผลให้กับลูกค้า หรือแม้แต่เรียกใช้แคมเปญการตลาดส่วนบุคคล(Personalized Marketing) ระบบอัตโนมัตินี้สามารถช่วยให้ธุรกิจประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น

และที่ขาดไม่ได้เลยอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้บริษัทระดับโลกเลือกใช้ Salesforce ก็คือการซัพพอร์ตที่ดีให้กับลูกค้าของ Salesforce ในแง่ของการซัพพอร์ตลูกค้าเป็นอะไรที่มักจะถูกลูกค้าชมอยู่เสมอ Salesforce มีตัวเลือกการซัพพอร์ตที่หลากหลาย รวมถึงแหล่งข้อมูลออนไลน์ มีฟอรัมชุมชนให้กับผู้คนได้ตั้งคำถามพูดคุย และการสนับสนุนทางโทรศัพท์ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้รับความช่วยเหลือที่ต้องการเมื่อต้องการ มากไปกว่านั้น Salesforce ยังมอบใบรับรองและโปรแกรมการฝึกอบรมที่ช่วยให้บริษัทและพนักงานมีความเชี่ยวชาญในแพลตฟอร์ม ซึ่งช่วยให้พวกเขาใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ต่างๆได้มากที่สุด

สรุป

Salesforce เป็นแพลตฟอร์ม CRM ที่แข็งแกร่งและเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้าน CRM ความสามารถในการปรับแต่ง ความสามารถในการปรับขนาด ความสามารถในการ integration ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆที่คอยอัพเดทอยู่เสมอ และมีการซัพพอร์ตลูกค้าที่แข็งแกร่ง นี่จึงทำให้บริษัทเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆขององค์กรใหญ่ๆเวลาที่ลูกค้ามองหา CRM

 

Get on the path to faster sales! 
Watch a guided tour or try free trial now!

มาร่วมทดลอง salesforce CRM #1 กันเถอะ

ทดลองฟรี
CRM คืออะไร
บทความ

CRM คืออะไร ? และมีประโยชน์อย่างไร ต่อธุรกิจ

CRM คืออะไร ?

CRM ก็คือการจัดการลูกค้าสัมพันธ์เป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจใช้ในการจัดการและวิเคราะห์การสื่อสารและข้อมูลของลูกค้าตลอดวงจรการตัดสินใจของผู้บริโภค (Life cycle) เป้าหมายของ CRM คือการปรับปรุงความสัมพันธ์กับลูกค้า เพิ่มความภักดีของลูกค้า และกระตุ้นการเติบโตของยอดขาย

ระบบ CRM ได้รับการออกแบบมาเพื่อบันทึก จัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าจากหลากหลายช่องทางสื่อสาร รวมถึงโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ อีเมล และการสนทนาทางโทรศัพท์ จากนั้นข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวมเข้ามานี้จะใช้เพื่อสร้างโปรไฟล์ของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งสามารถใช้เพื่อปรับแต่งแคมเปญทางการตลาด อำนวยความสะดวกให้พนักงานขาย และการบริการลูกค้า

ข้อดีของการใช้โปรแกรม CRM ในการดำเนินธุรกิจ

1.ช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นด้วยการใช้ CRM เพื่อติดตามการสื่อสารและความพึงพอใจของลูกค้า ธุรกิจต่างๆสามารถมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่เป็น Personalization ได้มากขึ้นให้กับลูกค้าของตนเอง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้นำไปสู่ความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น (Loyalty)

2.การวิเคราะห์ข้อมูลได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ระบบ CRM สามารถจัดเก็บข้อมูลและนำมาใช้เพื่อระบุแนวโน้มและรูปแบบในพฤติกรรมของลูกค้า ด้วยเหตุนี้เองจึงสามารถช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจอย่างถูกต้องและตรงจุดมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการตลาดและการขาย

3.ช่วยให้ภายในองค์กรทำงานง่ายมากยิ่งขึ้น ระบบ CRM จะมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้แผนกต่างๆภายในบริษัทหรือองค์ทำงานสะดวกมากขึ้น ยกตัวอย่างสามารถแชร์ข้อมูลลูกค้าทุกคนภายในองค์กรสามารถเห็นโปรไฟล์ของลูกค้าจากระบบ CRM ได้สามารถทราบได้ว่าลูกค้ามาจากช่องทางไหน ซื้ออะไรไปแล้วบ้างหรือยังไม่ซื้อปัจจุบันลูกค้าอยู่ในขั้นตอนไหนของการขาย

4.ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้น การใช้ระบบ CRM  จะสามารถช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้นั่นก็เพราะว่า CRM สามารถติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าในทุกๆบริบทของลูกค้าตั้งแต่เข้ามาและพูดคุยกับพนักงานขายจนถึงกระทั่งก่อนจ่ายเงิน ซึ่งระหว่าง journey ของลูกค้าเราสามารถที่จะทำ Hyper-Personalized Marketing  เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกใช้ CRM

เมื่อเลือกระบบ CRM สิ่งสำคัญที่จะต้องพิจารณาคือความต้องการและเป้าหมายของธุรกิจของเรา และมีปัจจัยบางประการที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ขนาดขององค์กร ประเภทข้อมูลลูกค้าที่จะต้องติดตาม และงบประมาณที่มีสำหรับโซลูชัน CRM

การนำระบบ CRM ไปใช้งานในองค์กรนั้นอาจจะดูเหมือนยากและมีกระบวนการที่ซับซ้อน แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้าเราสามารถที่จะกำหนดทิศทางและมีแผนที่ชัดเจนก่อนที่จะเริ่มต้น ซึ่งอาจรวมถึงการระบุเป้าหมายทางธุรกิจ ซึ่งถ้ามีทั้งหมดหลังจากที่ได้อ่านมาแสดงว่าคุณมาถูกทางแล้ว

ทางเราขอแนะนำแพลตฟอร์ม CRM ระดับโลกอย่าง Salesforce โดยหากผู้อ่านบทความท่านใดสนใจแพลตฟอร์ม CRM ก็สามารถติดต่อมาหาเราหรือเลื่อนลงไปด้านล่างเพื่อทดลองใช้ฟรี 30 วัน

 

สรุป

CRM เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยธุรกิจจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ปรับปรุงความสัมพันธ์กับลูกค้า และเพิ่มยอดขาย เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความต้องการของธุรกิจของคุณและเลือกโซลูชัน CRM ที่เหมาะสม คุณจะได้รับประโยชน์สูงสุดจาก CRM และนำธุรกิจของคุณไปสู่อีกระดับ

 

Get on the path to faster sales! 
Watch a guided tour or try free trial now!

มาร่วมทดลอง salesforce CRM #1 กันเถอะ

ทดลองฟรี

ร่วมทดลอง CRM #1 ของโลกฟรี 30 วัน

Get a Quote

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

Save